สหรัฐเข้าสู่ภาวะ’ชัตดาวน์’ – เชื่อผลกระทบไม่แรงเท่าปี 56 เตือนรับมือค่าเงิน’ผันผวน’

(Jan 21) สหรัฐเข้าสู่ภาวะ’ชัตดาวน์’ – เชื่อผลกระทบไม่แรงเท่าปี 56 เตือนรับมือค่าเงิน’ผันผวน’ : รัฐบาลสหรัฐเข้าสู่ภาวะ “ชัตดาวน์” หลังสภาสูงไม่ผ่านความเห็นชอบ ร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราว “กอบศักดิ์” เตือนรับมือค่าเงินผันผวนระยะสั้น ดอลลาร์ อาจอ่อนต่อเนื่อง ด้าน”ทีเอ็มบี” มองผลระยะสั้นดอลลาร์อ่อน -บาทแข็ง นักวิเคราะห์เชื่อผลกระทบ ครั้งนี้ไม่แรงเท่าปี 56 เตือนระวังความผันผวน ทั้งตลาดหุ้น ตลาดพันธบัตรและอัตราแลกเปลี่ยน

รัฐบาลสหรัฐเข้าสู่ภาวะชัตดาวน์หรือการปิดหน่วยงานราชการบางส่วนแล้ว ตั้งแต่พ้นเที่ยงคืนวันศุกร์ (19 ม.ค.)ตามเวลาสหรัฐ หรือตรงกับช่วงเที่ยง วานนี้ (20 ม.ค.) ตามเวลาไทย หลังจากที่วุฒิสภาสหรัฐไม่สามารถรวบรวมคะแนนเสียงได้เพียงพอที่จะ ผ่านร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราว เพื่อช่วยให้ รัฐบาลกลางสหรัฐมีงบประมาณในการดำเนินงานต่อไปในระยะหนึ่ง

ส.ว.พรรคเดโมแครตส่วนใหญ่ พากัน ขวางร่างกฎหมายฉบับนี้ ที่จะเป็นการจัดหางบประมาณให้กับหน่วยราชการต่างๆ ของสหรัฐ ไปจนถึงวันที่ 16 ก.พ. การที่จะผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้ได้นั้น ต้องใช้คะแนนเสียงอย่างน้อย 60 เสียง จากจำนวนส.ว.ทั้งหมด 100 คน แต่มีส.ว.ที่ลงมติสนับสนุนร่างกฎหมายฉบับนี้เพียง 50 เสียงเท่านั้น โดยในปัจจุบัน พรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากในวุฒิสภาอยู่ 51 เสียง ส่วนที่เหลือ 49 เสียง เป็นของฝ่ายเดโมแครต

ทั้งนี้ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐได้มีมติด้วยคะแนนเสียง 230 ต่อ 197 อนุมัติร่างกฎหมาย งบประมาณชั่วคราวเมื่อคืนวันพฤหัสบดี (18 ม.ค.)ตามเวลาสหรัฐ ก่อนที่จะส่งให้วุฒิสภาพิจารณาในวันศุกร์ อย่างไรก็ตาม วุฒิสภาไม่สามารถผลักดันให้ร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวฉบับนี้ผ่านความเห็นชอบได้ เนื่องจากวุฒิสมาชิกพรรคเดโมแครตและพรรค รีพับลิกันหลายคนโหวตคัดค้าน สำหรับการชัตดาวน์ครั้งก่อนหน้านี้เกิดขึ้นเมื่อปี 2556 ส่งผลให้มีการปิดหน่วยงานของรัฐบาลเป็นเวลา 17 วัน

“ทรัมป์”ประณามสมาชิกเดโมแครต

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ได้ออกมาประณามสมาชิกพรรคเดโมแครตทันทีที่ได้รับทราบผลการลงมติของวุฒิสภา โดยระบุว่า ฝ่ายเดโมแครตให้ความสำคัญกับ การเล่นการเมือง มากกว่าความมั่นคงของ ประเทศ ครอบครัวทหาร เด็กๆ และความสามารถ ของประเทศที่จะรับใช้ชาวอเมริกันทุกคน

พร้อมกันนี้ ยังบอกว่า จะไม่มีการเจรจาถึงเรื่องสถานะของผู้อพยพที่เข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายจนกว่าจะมีการอนุมัติร่างกฎหมายฉบับนี้ และกล่าวหาฝ่ายเดโมแครตว่า จับพลเมืองที่ถูกต้องตามกฎหมายเป็นตัวประกัน เพื่อให้บรรลุความต้องการของตัวเอง ซึ่งเป็นพฤติกรรมของพวกขี้แพ้ที่ชอบขัดขวางเรื่องต่างๆ ไม่ใช่สมาชิกสภานิติบัญญัติแต่อย่างใด

อย่างไรก็ดี แกนนำพรรคเดโมแครต และรีพับลิกัน เห็นพ้องที่จะเปิดการเจรจาอีกครั้งวานนี้ (20 ม.ค.) โดยให้คำมั่นถึงการหาข้อตกลงร่วมกันให้ได้อย่างรวดเร็ว

ก่อนหน้านี้ ฟิทช์ เรทติ้งส์ บริษัทจัดอันดับ ความน่าเชื่อถือชั้นนำของสหรัฐ แถลงว่า อันดับ ความน่าเชื่อถือของสหรัฐที่ AAA จะไม่ถูกกระทบโดยตรงจากการปิดหน่วยงานรัฐบาล “การปิดหน่วยงานรัฐบาลบางส่วนได้เคย เกิดขึ้นในอดีต และการชัตดาวน์ในครั้งนี้ก็ไม่มีผลกระทบโดยตรงต่ออันดับความน่าเชื่อถือที่ AAA ขณะที่แนวโน้มมีเสถียรภาพ”

“กอบศักดิ์”ห่วงค่าเงินผันผวนระยะสั้น

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่สหรัฐประสบปัญหาชัตดาวน์งบประมาณว่า คาดว่าปัญหาดังกล่าวจะเกิดขึ้นในระยะเวลาอันสั้นแล้วจะมีการตกลงกันเพื่อขยายเพดานงบประมาณออกไปได้เหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีตทำให้เกิดผลกระทบในทางเศรษฐกิจสหรัฐ เศรษฐกิจโลก และผลกระทบ ที่จะเกิดกับไทยจะอยู่ในขอบเขตที่จำกัด

สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือการผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเห็นได้จากใน 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาเงินดอลลาร์อ่อนลงถึง 2% และเงินบาท แข็งค่าขึ้น ซึ่งเป็นการอ่อนค่าลงต่อเนื่องซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากการที่นักลงทุนมีการคาดการณ์ และกังวลว่าจะเกิดการชัตดาวน์ในสหรัฐเมื่อเกิดปัญหาขึ้นจริงเงินดอลลาร์ก็อาจจะอ่อนลง และเมื่อมีทีท่าว่าจะตกลงกันได้เงินดอลลาร์ก็จะแข็งค่าขึ้น ซึ่งจะอยู่ในภาวะที่ผันผวนในระยะหนึ่งแล้วจะกลับสู่ภาวะปกติ

“สิ่งที่ต้องจับตา คือความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ผมมองว่าจะสวิงขึ้นลง แน่นอนผู้ที่ทำธุรกิจนำเข้า-ส่งออกจะเหนื่อย แต่ผมจะบอกว่าในสภาวการณ์แบบนี้อาจจะไม่ต้องไปทำอะไรมากเพราะมีความผันผวน การคาดการณ์ว่าอัตราแลกเปลี่ยนจะขึ้นลงเท่านั้นเท่านี้ก็จะลำบากแต่ผมมองว่าระยะต่อไปเมื่อสถานการณ์ตรงนี้คลี่คลายไปเงินดอลลาร์สหรัฐจะแข็งค่าขึ้น แรงกดดันที่ทำให้เงินบาทหรือเงินสกุลอื่นๆแข็งค่าก็จะลดลง”

นายนณริฏ พิศลยบุตร นักวิชาการสถาบัน วิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่าผลกระทบจะมีจำกัดมากโดยปกติจะส่งผลกระทบเพียง 0.1-0.2 %ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) สหรัฐ ความเชื่อมั่น มักจะกลับคืนภายในไม่เกิน1 เดือน แต่ ต้องตกลงกันให้เสร็จภายใน 3 สัปดาห์ ถ้ามากกว่านั้นก็จะเริ่มน่ากลัว “ตอนนี้คงเชื่อได้ว่าน่าจะตกลงกันได้ก่อนและส่งผลไม่มากในระยะสั้น”

สภาผู้ส่งออกห่วงบาทแข็ง

นางสาวกัณญภัค ตันติพิพัฒน์พงศ์ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่า สหรัฐกำลังเผชิญกับภาวะขาดดุลทางการค้า ต่อเนื่อง จึงขาดงบประมาณในการดำเนินงาน ผลกระทบที่ตามมาภายหลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว คาดว่าค่าเงินดอลลาร์มีแนวโน้มอ่อนค่าต่อเนื่อง และเงินต่างประเทศจะเพิ่มน้ำหนักทยอยข้ามมาลงทุนในแถบเอเชียรวมถึงไทย

“สรท.มองการที่เงินบาทแข็งค่าขึ้นเพราะเหตุการณ์ไม่ปกติ ยอมรับว่าเป็นเพียง ส่วนหนึ่งที่มีเงินร้อน เข้ามาลงทุนเพื่อเก็งกำไรระยะสั้น แต่ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เฝ้าระวังไม่ให้ส่งผลกระทบมาก”

“ทีเอ็มบี”มองระยะสั้นดอลลาร์อ่อนบาทแข็ง

นายนริศ สถาผลเดชา เจ้าหน้าที่บริหารศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ธนาคารทหารไทย (ทีเอ็มบี) กล่าวว่า กรณีรัฐบาลกลางสหรัฐปิดทำการครั้งนี้ ไม่น่าส่งผลกระทบต่อตลาด อย่างมีนัยสำคัญ เพราะตลาดเชื่อว่าท้ายสุดแล้ว ผู้นำวุฒิสมาชิก(สว.) ทั้งสองฝั่งน่าจะเจรจาหาข้อตกลงร่วมกันได้ โดยภาพรวมจึงไม่มีผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐ รวมทั้ง การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกด้วย

อย่างไรก็ตามค่าเงินดอลลาร์ในระยะสั้นอาจอ่อนค่าลงอีกเล็กน้อย ส่วนค่าเงินบาทยังมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องจากการส่งออกและการท่องเที่ยวที่เติบโตดี ส่งผลให้มียอดการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดในระดับสูง

เชื่อผลกระทบครั้งนี้ไม่แรงเท่าปี 56

นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ นักกลยุทธ์ ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ผลกระทบจากการปิดหน่วยงานรัฐบาลกลาง สหรัฐ หรือชัตดาวน์ครั้งนี้น่าจะมีอย่างจำกัด มองว่าเป็นผลจากเกมการเมือง ประเด็นหลัก ที่เห็นต่างกันอยู่คือเรื่องงบประมาณประจำปี เป็นงบประมาณรายจ่ายทั่วไป ซึ่งสุดท้ายแล้ว เชื่อว่าน่าจะตกลงกันได้ในที่สุด ไม่เหมือนตอน ปี 2556 ที่เป็นความขัดแย้งเรื่องเพดานหนี้และนโยบายโอบามาแคร์ การชัตดาวน์ในครั้งนั้นส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐ 0.1%

ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐ ไม่น่าจะได้รับผลกระทบมาก เนื่องจากอยู่ในช่วงที่นักลงทุนมีความเชื่อมั่นต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการประกาศผลประกอบการของภาคเอกชนที่ยังมีแนวโน้มค่อนข้างดี

“ชัตดาวน์รอบนี้ผลกระทบคงไม่เท่าตอนปี2556 เชื่อว่าสุดท้ายแล้วน่าจะคุยกันได้ แต่ก็ต้องดูว่าจะนานแต่ไหน”

ระวังตลาดการเงินผันผวนกว่าเดิม

นายสมประวิณ มันประเสริฐ ผู้บริหารสายงานวิจัย และหัวหน้าทีมวิจัยเศรษฐกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา มองว่า สภาพเศรษฐกิจจริงของสหรัฐ น่าจะได้รับผลกระทบน้อย อาจจะ ทำให้การใช้งบประมาณต่างๆของภาครัฐล่าช้าออกไป และลูกจ้างพนักงานของรัฐได้รับ ค่าจ้างล่าช้า เชื่อว่าจะสามารถตกลงกัน แก้ไขปัญหากันได้ในเร็ววันเช่นที่ผ่านมา

ปฏิเสธไม่ได้ว่า เหตุการณ์ในลักษณะนี้ย่อมมีผลกระทบต่อตลาดการเงินในระยะข้างหน้า มีความเป็นไปได้ที่จะมีความผันผวนมากขึ้นกว่าเดิม ทั้งตลาดหุ้น ตลาดพันธบัตรและทางด้านอัตราแลกเปลี่ยน ดังนั้นเป็นปัจจัยที่ต้องระมัดระวังมากขึ้น “หากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้บ่อยๆ ก็จะทำให้ตลาดการเงินเกิดความผันผวนขึ้นเรื่อยๆ แต่ตอนนี้สถานการณ์ไม่น่าจะยืดเยื้อยังมองว่า ไม่น่าจะเกิดผลต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐและโลก”

“ปานปรีย์”ชี้ต้องดูเวลานานแค่ไหน

นายปานปรีย์ พหิทธานุกร อดีตผู้แทนการค้าไทย กล่าวว่า สถานการณ์ชัตดาวน์ งบประมาณของสหรัฐ เป็นเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีต สำหรับพนักงานที่ได้รับค่าจ้างจากรัฐบาลเป็นรายวัน แต่ผลกระทบใหญ่ๆ ในเศรษฐกิจอาจจะไม่เกิดขึ้น คาดว่า ในทางการเมืองของสหรัฐสามารถเจรจากันได้

“เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นแล้วช็อก อาจจะ มีบ้างที่รู้สึกเซอร์ไพรส์ ที่ต้องดูคือการชัตดาวน์ ครั้งนี้จะกินระยะเวลาเท่าใด เพราะการชัตดาวน์ ในอดีตมีทั้งที่กินระยะเวลา 1 วัน และนานสุดประมาณ 22 วัน” นายปานปรีย์ กล่าว

Source: กรุงเทพธุรกิจ

Related posts

Leave a Comment